ปวดลึกที่เบ้าตา อาการนี้คือ กล้ามเนื้ออักเสบ หรือแค่ ตาล้าจากการเพ่ง?

ปวดลึกที่เบ้าตา อาการนี้คือ กล้ามเนื้ออักเสบ หรือแค่ ตาล้าจากการเพ่ง?

สรุปประเด็นสำคัญ

  • อาการปวดลึกที่เบ้าตาและกระบอกตาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการอักเสบหรือติดเชื้อ แต่เกิดจากภาวะตาล้าหรือมีค่าสายตาที่ผิดปกติ
  • จุดสังเกตสำคัญของการแยกโรคทางกายกับปัญหาทางแสงคือ หากตาไม่แดง ไม่มีขี้ตา และการมองเห็นยังเป็นปกติ มักไม่ใช่การติดเชื้อที่ต้องทานยาปฏิชีวนะ
  • กล้ามเนื้อตาเขเข้าซ่อนเร้นเป็นสาเหตุแฝงที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะคล้ายไมเกรนและปวดเบ้าตาเรื้อรัง ซึ่งยาแก้ปวดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
  • การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุต้องอาศัยการตรวจวัดระบบการมองเห็นโดยนักทัศนมาตรภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์ เพื่อแก้ไขด้วยเลนส์ที่ช่วยลดการเพ่งหรือเลนส์ปริซึม

ปวดกระบอกตาร้าวขึ้นขมับ กินยาคลายกล้ามเนื้อก็แค่ทุเลา พอหมดฤทธิ์ยาก็ปวดใหม่ อาการลักษณะนี้มักนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าดวงตากำลังเกิดภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ ความเชื่อของคนไทยบางส่วนมักมองว่าอาการปวดลึกที่เบ้าตาเป็นเรื่องของลมผิดทิศ หรือการอักเสบเรื้อรังที่ต้องพึ่งยาแก้ปวดขนานเอก แท้จริงแล้วในทางจักษุวิทยา อาการเหล่านี้เป็นเพียงสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าระบบการมองเห็นกำลังแบกรับภาระหนักจากการโฟกัสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ใช่การติดเชื้อหรือโรคทางกายภาพเสมอไป

ทำไมอาการตามัวถึงทำให้ปวดเบ้าตาและกล้ามเนื้อ?

ทำไมอาการตามัวถึงทำให้ปวดเบ้าตาและกล้ามเนื้อ?

คำตอบอยู่ที่กลไกธรรมชาติของดวงตา ภายในดวงตามีกล้ามเนื้อเล็กๆ ชุดหนึ่งที่ชื่อว่า ทำหน้าที่หดและคลายตัวเพื่อปรับโฟกัสภาพให้คมชัด เมื่อดวงตามองเห็นภาพไม่ชัด สมองจะไม่ยอมรับภาพเบลอนั้น และจะสั่งการให้กล้ามเนื้อตาออกแรงเพ่งอย่างหนักเพื่อบีบเลนส์ตาให้ภาพคมชัดขึ้นโดยที่คนไข้ไม่รู้ตัว

ลองเปรียบเทียบกับการเกร็งแขนยกน้ำหนักค้างไว้ตลอดเวลาที่ทำงาน ช่วงแรกกล้ามเนื้ออาจทนรับไหว แต่เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมงย่อมเกิดอาการล้า เกร็ง และปวดร้าว ดวงตาก็มีกลไกเดียวกัน การเพ่งมองเพื่อสู้กับความมัวสะสมนานวัน ทำให้เกิดภาวะตาล้า หรือคอมพิวเตอร์วิชันซินโดรม ความปวดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ดวงตา แต่สามารถส่งกระแสประสาทความเจ็บปวดลามไปถึงกระบอกตา ขมับ และท้ายทอยได้

แยกให้ออก ระหว่าง โรคทางกายภาพ กับ ปัญหาทางแสง

แยกให้ออก ระหว่าง โรคทางกายภาพ กับ ปัญหาทางแสง

เพื่อให้ประเมินอาการเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง ตารางนี้จะช่วยแยกแยะว่าอาการที่เป็นอยู่คือโรคที่ต้องพบแพทย์ด่วน หรือเป็นปัญหาสายตาที่ต้องแก้ไขด้วยเลนส์เฉพาะทาง

ลักษณะอาการ

กลุ่มโรคตา

กลุ่มปัญหาสายตา

ภายนอกดวงตา

ตาแดงจัด, เปลือกตาบวมเป่ง, กดแล้วเจ็บ

ตาไม่แดง, เปลือกตาปกติ

การมองเห็น

ตามัวลงทันที, เห็นภาพซ้อนแบบเฉียบพลัน

ภาพเบลอๆ มัวๆ แต่เมื่อเพ่งแล้วชัดขึ้น

อาการร่วม

มีไข้, คลื่นไส้อาเจียน, ปวดจนนอนไม่ได้

ตาล้า, ตาแห้ง, ปวดคอ บ่า ไหล่

ช่วงเวลาที่ปวด

ปวดตลอดเวลา หรืออาการแย่ลงเรื่อยๆ

ปวดมากช่วงบ่ายหรือเย็น หลังใช้สายตาหนัก

การพักสายตา

พักแล้วไม่ดีขึ้น นอนหลับตื่นมาก็ยังปวด

พักแล้วดีขึ้น หรือหายไปเมื่อหยุดใช้หน้าจอ

หากอาการของคุณตรงกับกลุ่มปัญหาสายตา การทานยาแก้ปวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อจะบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราว ต้นเหตุที่แท้จริงคือค่าสายตาและการทำงานของกล้ามเนื้อตาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

กล้ามเนื้อตาเขซ่อนเร้น ภัยเงียบที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

กล้ามเนื้อตาเขซ่อนเร้น ฆาตกรเงียบที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

หากตรวจสายตาแล้วพบว่าค่าสั้น ยาว เอียง ปกติ แต่ยังมีอาการปวดหัวและปวดตาเรื้อรัง สาเหตุหลักมักซ่อนอยู่ที่ระบบการมองเห็นสองตา 

ภาวะนี้เรียกว่า กล้ามเนื้อตาเขเข้าซ่อนเร้น หรือกล้ามเนื้อตาทำงานไม่สมดุล คือการที่กล้ามเนื้อตาของตาทั้งสองข้างทำงานไม่ประสานกันแนวระนาบ ทำให้ภาพที่ส่งไปสมองเกิดการเหลื่อมกันเล็กน้อย สมองจึงสั่งการให้กล้ามเนื้อตาออกแรงดึงเพื่อรวมภาพให้เป็นภาพเดียวตลอดเวลา ภาวะนี้เปรียบเสมือนปัญหาที่ซ่อนตัวอยู่ ภายนอกดวงตาดูปกติ ไม่ตาเหล่ ไม่ตาเข แต่ภายในกล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนักมหาศาล นำไปสู่อาการเหล่านี้:

  • ปวดศีรษะเรื้อรัง หรือถูกวินิจฉัยคลาดเคลื่อนว่าเป็นไมเกรน
  • ปวดลึกที่เบ้าตาและกระบอกตา
  • เห็นภาพซ้อนเป็นบางครั้ง
  • มึนงง เวียนศีรษะคล้ายบ้านหมุนเวลาใช้สายตานานๆ

แนวทางการรักษาที่ต้นเหตุโดยจักษุแพทย์

แนวทางการรักษาที่ต้นเหตุโดยจักษุแพทย์

“ในมุมมองของหมอ การกินยาแก้ปวดเพื่อหวังรักษาอาการตาล้าก็เหมือนการปิดสัญญาณเตือนภัยโดยไม่ดับไฟที่กำลังไหม้ การแก้ปัญหาที่แท้จริงคือการปรับสมดุลการมองเห็นให้ดวงตากลับมาทำงานได้อย่างผ่อนคลายค่ะ”

การแก้ปัญหาอาการปวดเบ้าตาเรื้อรังจากปัญหาสายตา ต้องอาศัยการตรวจวัดอย่างละเอียดโดยนักทัศนมาตร ภายใต้การดูแลของ แพทย์หญิง มัทยา ขวัญอโนชา (จักษุแพทย์) เพื่อจ่ายเลนส์ที่ตรงกับรอยโรคทางสายตา

  • เลนส์ลดกำลังการเพ่ง: เลนส์ที่มีโครงสร้างช่วยลดภาระการโฟกัสในระยะใกล้ เหมาะสำหรับวัยทำงานที่ใช้หน้าจอดิจิทัลต่อเนื่อง
  • เลนส์ปริซึม: ช่วยรวมภาพสำหรับผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อตาเขซ่อนเร้น ทำให้สมองและดวงตาไม่ต้องออกแรงดึงภาพ
  • เลนส์โปรเกรสซีฟ: สำหรับผู้ที่มีภาวะสายตายาวตามวัย ช่วยให้มองเห็นชัดทุกระยะโดยไม่ต้องฝืนเพ่ง

ที่ Mattaya Vision Center เราเน้นการประเมินโครงสร้างดวงตาและสมดุลกล้ามเนื้อตาแบบเจาะลึก จุดเด่นของเราคือบริการ ทดลองใส่เลนส์โปรเกรสซีฟ ก่อนตัดแว่น ด้วยระบบจำลองการมองเห็น เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจว่าเลนส์ที่จ่ายไปจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดและสวมใส่สบาย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท (ราคาเริ่มต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจสอบกับ Mattaya Vision Center อีกครั้ง)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับปวดลึกที่เบ้าตา ตาล้าปกติ หรือมีอะไรมากกว่านั้น?

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: หากทานยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้น และไม่มีอาการตาแดงหรือตาบวมร่วมด้วย ให้ลองพักสายตาจากหน้าจอ 15-20 นาที หากอาการทุเลาลง แสดงว่าเป็นภาวะตาล้าจากการเพ่ง ควรเข้ามารับการตรวจวัดสายตาเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง หากพักแล้วยังปวดรุนแรงหรือมีอาการตามัวเฉียบพลัน ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที

A: ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ทำให้เกิดอาการปวดหัวเรื้อรังและรบกวนการทำงาน หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไข อาจทำให้ระบบการมองเห็นสองตาล้มเหลวหรือเกิดภาวะเห็นภาพซ้อนถาวรในอนาคต

สรุป

อาการปวดลึกที่เบ้าตา อาจไม่ใช่ กล้ามเนื้ออักเสบ เสมอไป ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ดวงตาที่ทำงานหนักเกินไป จากค่าสายตาที่ไม่ถูกต้องหรือกล้ามเนื้อตาที่ไม่สมดุล หากคุณเช็กแล้วว่าไม่มีอาการติดเชื้อ (ตาไม่แดง ไม่บวม) การแก้ปัญหาที่ฉลาดที่สุดไม่ใช่การกินยาต่อเนื่อง แต่คือการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดเพื่อหาแว่นตาที่ช่วยแบ่งเบาภาระดวงตาของคุณค่ะ

ถ้าอาการปวดกระบอกตาเรื้อรัง พักแล้วไม่หาย แวะมาปรึกษาหมอและทีมนักทัศนมาตรที่ Mattaya Vision Center ได้ทั้ง 5 สาขา เราพร้อมช่วยหาสาเหตุและคืนความสบายตาให้คุณด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการดูแลที่ใส่ใจค่ะ

  • ร้านแว่น Mattaya Vision Center รพ.พญาไท 1
  • ร้านแว่น Mattaya Clinic สาขาเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา
  • ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเอ็มโพเรียม
  • ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเมกาบางนา
  • ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
แพทย์หญิง-มัทยา ขวัญอโนชา

แพทย์หญิง มัทยา ขวัญโอโนชา

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาและการมองเห็น

จักษุแพทย์ผู้ก่อตั้ง Mattaya Vision Center ผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาเฉพาะทางด้านเลนส์โปรเกรสซีฟ สำหรับผู้มีปัญหาสายตาซับซ้อน

ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อตาและตาสองชั้น
    Korean College of Cosmetic Surgery (KCCS) ประเทศเกาหลีใต้
ทักแชทปรึกษาฟรี
ทักไลน์ปรึกษาฟรี
สาขาของเรา
×

เบอร์โทรติดต่อ

099-463-6365