ปวดกระบอกตาเรื้อรัง สัญญาณเตือนความดันตาผิดปกติและปัญหาการเพ่ง

ปวดกระบอกตาเรื้อรัง สัญญาณเตือนความดันตาผิดปกติและปัญหาการเพ่ง

ปวดกระบอกตาเรื้อรัง อาการที่สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อาจสัญญาณเตือนความดันตาผิดปกติและปัญหาการเพ่งมองได้

สรุปประเด็นสำคัญ

  • อาการปวดกระบอกตาที่กินยาไม่หาย มักมีต้นตอจากการทำงานหนักของกล้ามเนื้อตาหรือความดันตาที่ผิดปกติ
  • ปัญหาสายตายาวซ่อนเร้น ที่หลายคนไม่รู้ตัว เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดวงตาต้องฝืนเพ่งตลอดเวลาจนเกิดอาการปวดเกร็ง
  • หากมีอาการปวดตาร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน หรือตามัวเฉียบพลัน ควรรีบพบจักษุแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจคัดกรองโรคต้อหินทันที
  • การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการตรวจวัดระดับการมองเห็นอย่างละเอียดโดยนักทัศนมาตร ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการบรรเทาอาการชั่วคราว

ปวดจนทำงานไม่ไหว ทำไมกินยาแก้ปวดก็ยังไม่หาย?

ปวดจนทำงานไม่ไหว ทำไมกินยาแก้ปวดก็ยังไม่หาย?

มีคนไข้เข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดกระบอกตาเรื้อรัง ทานยาแก้ปวดมาหลายเดือน อาการดีขึ้นเพียงชั่วคราวแล้วก็กลับมาปวดใหม่ วงจรความทรมานนี้เกิดขึ้นเพราะเรากำลังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

ยาแก้ปวดระงับความรู้สึกเจ็บปวดได้ แต่ไม่ได้หยุดการทำงานหนักของดวงตา ตราบใดที่ต้นตออย่างความผิดปกติของสายตาหรือโรคตายังคงอยู่ อาการปวดหัวปวดตาก็จะวนเวียนกลับมาเสมอ การรักษาที่ผิดวิธีหรือแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ทำให้ดวงตาต้องรับภาระหนักสะสมจนส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

เปิดสวิตช์ความเข้าใจ ต้นตอที่ทำให้คุณทรมาน

เปิดสวิตช์ความเข้าใจ ต้นตอที่ทำให้คุณทรมาน

อาการปวดตา ไม่ว่าจะเป็นปวดกระบอกตาข้างซ้ายหรือปวดกระบอกตาข้างขวา มักเกิดขึ้นจากการใช้สายตาหนักเกินไปจนกล้ามเนื้อตาเกิดความเหนื่อยล้า สาเหตุหลักที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • การจ้องหน้าจอเป็นระยะเวลานานจนเกิดภาวะตาล้า
  • การใช้สายตาเพ่งมองสิ่งของใกล้ๆ อย่างต่อเนื่อง
  • ภาวะสายตาที่ผิดปกติแล้วไม่ได้รับการแก้ไข เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง
  • ความเครียดสะสมและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • โรคทางร่างกายอื่นๆ เช่น ไซนัสอักเสบ

ผู้ป่วยบางรายมักมีความเชื่อว่าอาการปวดตาข้างเดียวอาจเป็นลางบอกเหตุ แต่ในทางการแพทย์ นี่คือปฏิกิริยาตอบสนองทางกายภาพที่บ่งบอกว่าดวงตากำลังทำงานเกินขีดจำกัด

“หมอมักจะย้ำเสมอว่า อาการปวดกระบอกตาที่กินยาไม่หาย ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่านค่ะ เพราะนั่นคือเสียงเตือนจากร่างกายว่าดวงตากำลังทำงานเกินขีดจำกัด หรืออาจมีความดันตาที่ผิดปกติซ่อนอยู่” – แพทย์หญิง มัทยา ขวัญอโนชา

กลไกการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อตา

ภายในดวงตาของเรามีกล้ามเนื้อที่ชื่อว่า กล้ามเนื้อตา ทำหน้าที่ควบคุมเลนส์ตา ให้ปรับโฟกัสภาพให้คมชัด เมื่อเราจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนใกล้ๆ เป็นเวลานาน กล้ามเนื้อส่วนนี้ต้องทำงานหนักและหดเกร็งตัวตลอดเวลาเพื่อรักษาจุดโฟกัส การเกร็งค้างยาวนานส่งผลให้เกิดอาการตาล้า ตึงตา ปวดกระบอกตาซ้ายและขวา ปวดหน่วงลูกตา และมักลามไปปวดขมับหรือศีรษะได้

สายตายาวซ่อนเร้น ตัวการที่ถูกมองข้าม

ผู้ที่มีภาวะสายตายาวซ่อนเร้น จะต้องออกแรงเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หนักกว่าคนปกติหลายเท่าเพื่อให้ภาพชัดเจน กล้ามเนื้อตาจึงทำงานหนักจนโอเวอร์โหลด นำไปสู่อาการไม่สบายตาต่างๆ ตามมา ได้แก่ อาการตาล้า เมื่อยตา ปวดกระบอกตา ปวดหัว หรือปวดลามไปที่ขมับ นี่คือต้นเหตุสำคัญของอาการปวดกระบอกตาจากค่าสายตาซ่อนเร้นที่มักถูกมองข้าม เนื่องจากคนไข้อาจยังรู้สึกว่าตนเองมองเห็นภาพตรงหน้าได้ชัดเจนดี

วิธีรับมืออาการปวดกระบอกตาอย่างตรงจุด

วิธีรับมืออาการปวดกระบอกตาอย่างตรงจุด

วิธีรับมือกับอาการปวดกระบอกตาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อตา สามารถทำได้ด้วยการปรับพฤติกรรมดังนี้

  • ปรับพฤติกรรมการใช้สายตา โดยลดช่วงระยะเวลาการเพ่งมองหน้าจออย่างต่อเนื่อง
  • พักสายตาบ่อยๆ ด้วยกฎ 20-20-20 (ทุก 20 นาที พักสายตามองไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที)
  • ปรับสภาพแวดล้อมและปริมาณแสงสว่างในห้องให้เพียงพอต่อการใช้งาน
  • ใส่แว่นสายตาที่มีเลนส์กรองแสงหน้าจอ เพื่อลดอาการตาล้าและเพิ่มความสบายตา

แยกให้ออก ปวดตาจากสายตาผิดปกติ หรือ ต้อหินเฉียบพลัน?

แยกให้ออก ปวดตาจากสายตาผิดปกติ หรือ ต้อหินเฉียบพลัน?

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากคุณมีอาการปวดกระบอกตารุนแรงร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตาแดงจัด และการมองเห็นมัวลงอย่างฉับพลัน ขอให้หยุดการใช้สายตาทันที อาการเหล่านี้คือสัญญาณอันตรายของ โรคต้อหินเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากความดันลูกตาพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ควรรีบเดินทางไปพบจักษุแพทย์ที่โรงพยาบาล เช่น รพ.พญาไท 1 เพื่อรับการรักษาฉุกเฉินก่อนที่จะสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร

ลักษณะอาการ

ปวดตาจากสายตาผิดปกติ / กล้ามเนื้อตาล้า

ปวดตาจากต้อหิน

ลักษณะการปวด

ปวดหน่วงกระบอกตา มักเป็นช่วงบ่ายหรือหลังใช้สายตา

ปวดตารุนแรงมากเฉียบพลัน ปวดศีรษะร่วมด้วย

การมองเห็น

ยังเห็นชัดอยู่ หรือต้องเพ่งจึงจะมองเห็นภาพคมชัด

การมองเห็นมัวลงอย่างรวดเร็ว เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ

อาการร่วม

ไม่มีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง

ตาแดงจัด คลื่นไส้ อาเจียน กดรอบๆ ดวงตาแล้วเจ็บ

การตอบสนอง

อาการปวดดีขึ้นเมื่อได้พักสายตา

พักสายตาแล้วอาการไม่ดีขึ้น

เปรียบเทียบชัดๆ การใช้แว่นเลนส์เฉพาะทาง vs การทนพักสายตาธรรมดา

เปรียบเทียบชัดๆ การใช้แว่นเลนส์เฉพาะทาง vs การทนพักสายตาธรรมดา

การจัดการกับอาการปวดตาเรื้อรังมีวิธีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการแก้ปัญหาที่ต้นตอหรือแค่บรรเทาอาการในระยะสั้น

การใช้แว่นเลนส์เฉพาะทาง

เราออกแบบและวัดประกอบแว่นด้วยเทคโนโลยีเลนส์ที่ช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อตา เลนส์เฉพาะทาง เช่น เลนส์โปรเกรสซีฟ สามารถแก้ไขค่าสายตาได้ครบทุกระยะโดยไม่มีรอยต่อ เลนส์ประเภทนี้จะช่วยมารับภาระการเพ่งแทนดวงตา ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อตาได้อย่างต่อเนื่อง

  • ข้อดี: ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อตาได้ในระยะยาว แก้ไขอาการตาล้าได้อย่างตรงจุด ช่วยให้ใช้สายตาทำงานหน้าจอได้นานขึ้น
  • ข้อเสีย: ราคาสูง ต้องตัดแว่นกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ต้องใช้เวลาผลิตและต้องฝึกใช้งานในช่วงแรก

การทนพักสายตา

การใช้กฎ 20-20-20 การจำกัดระยะเวลาการใช้สายตา การหลับตา หรือการลุกไปทำกิจกรรมอื่น ล้วนช่วยลดการเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อตาได้จริง

  • ข้อดี: ได้ผลทันที ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถทำได้เลยไม่ต้องรอ
  • ข้อเสีย: ช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อตาได้แค่ชั่วคราว ไม่ได้แก้ไขค่าสายตาที่ผิดปกติที่เป็นต้นตอ และอาการจะกลับมาเป็นซ้ำทันทีเมื่อใช้สายตาหนัก

จบปัญหาปวดตา ค้นหาสาเหตุที่แท้จริงที่ Mattaya Vision Center

จบปัญหาปวดตา ค้นหาสาเหตุที่แท้จริงที่ Mattaya Vision Center

ที่ ร้านแว่น Mattaya Vision Center เรามุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอาการปวดตาที่ต้นเหตุโดยตรง เพื่อมอบการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

เริ่มต้นจากการมีจักษุแพทย์ (แพทย์หญิง มัทยา ขวัญอโนชา) ตรวจคัดกรองความผิดปกติและโรคตา เพื่อหาสาเหตุทางการแพทย์ที่แน่ชัด จากนั้นทีมนักทัศนมาตรจะทำการตรวจวัดสายตา ประเมินการทำงานร่วมกันของตาทั้งสองข้าง ตรวจภาวะการเพ่ง และค้นหาค่าสายตาซ่อนเร้นอย่างแม่นยำ นักทัศนมาตรจะวัดประเมินสายตาภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์เสมอ

เราให้บริการตัดแว่นสายตาทุกชนิดจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องแว่นโดยตรง เพื่อให้ได้แว่นที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อตาได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่แค่การตัดแว่นสายตาทั่วๆ ไป แว่นตาของเรามีราคาเริ่มต้น 9,900 บาท (ราคาเริ่มต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจสอบกับ Mattaya Vision Center อีกครั้ง)

“ในมุมมองของหมอ การตัดแว่นไม่ใช่แค่การทำให้ภาพชัด แต่คือการคืนคุณภาพชีวิตที่ดี คนไข้ต้องกลับไปทำงานและใช้ชีวิตได้โดยปราศจากอาการปวดตาเรื้อรังค่ะ” – แพทย์หญิง มัทยา ขวัญอโนชา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาการปวดกระบอกตา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

A: เกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ กล้ามเนื้อตาเกร็งจากการเพ่งมองเป็นเวลานาน มีค่าสายตาซ่อนเร้นที่ไม่ได้รับการแก้ไข ภาวะตาแห้ง ตาล้า ไซนัสอักเสบ ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ

 

A: มีความเป็นไปได้ทั้งอันตรายและไม่อันตราย อาการปวดตาที่ไม่อันตรายมักเกิดจากการใช้สายตาหนัก กล้ามเนื้อตาล้า หรือไมเกรน ส่วนอาการปวดตาที่อันตรายมักมาจากโรคตา เช่น ต้อหิน หรือโรคทางร่างกายอย่างไซนัสอักเสบ เมื่อมีอาการปวดตาควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างทันท่วงที

A: อาจเป็นสัญญาณของโรคต้อหินเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากความดันลูกตาสูง ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะโรคต้อหินเป็นอันตรายถึงขั้นทำให้สูญเสียการมองเห็นได้อย่างถาวร

A: ไม่มียาที่สามารถรักษาอาการปวดตาจากความผิดปกติของสายตาได้เด็ดขาด ยาทำได้เพียงบรรเทาชั่วคราว การแก้ไขที่ตรงจุดคือการพักสายตาและการใช้แว่นสายตาที่ถูกต้องเพื่อลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อตา

A: ควรไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการปวดตาแบบรุนแรงเฉียบพลัน ปวดตาร่วมกับตาแดง ตามัวลง คลื่นไส้ อาเจียน เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ ปวดตาหลังเกิดอุบัติเหตุกระทบกระเทือนดวงตา หรือเมื่อพักสายตาและสวมแว่นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น

สรุป

อาการปวดตา ส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้สายตาอย่างหนักหรือมีภาวะสายตาซ่อนเร้นที่ไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจถูกละเลยหรือมองข้ามไป เมื่อมีอาการปวดตาเรื้อรัง คุณควรเข้ารับการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อได้รับการแก้ไขที่ตรงจุด คืนความสบายตา และหยุดวงจรความทรมานไม่ให้กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

หากคุณมีอาการปวดกระบอกตาเรื้อรัง ลองแวะมาปรึกษาและตรวจเช็กสายตาอย่างละเอียดกับทีมทัศนมาตรและจักษุแพทย์ของเราได้ที่ Mattaya Vision Center สาขาเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา เราพร้อมดูแลตั้งแต่ต้นจนจบปัญหา สามารถเข้ามาพูดคุยและทดลองเลนส์จริงด้วย Simulation Test ได้ที่ ร้านแว่น Mattaya Vision Center รพ.พญาไท 1, สาขาเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา, สาขาเอ็มโพเรียม, สาขาเมกาบางนา และสาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า นะคะ

แพทย์หญิง-มัทยา ขวัญอโนชา

แพทย์หญิง มัทยา ขวัญโอโนชา

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาและการมองเห็น

จักษุแพทย์ผู้ก่อตั้ง Mattaya Vision Center ผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาเฉพาะทางด้านเลนส์โปรเกรสซีฟ สำหรับผู้มีปัญหาสายตาซับซ้อน

ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อตาและตาสองชั้น
    Korean College of Cosmetic Surgery (KCCS) ประเทศเกาหลีใต้
ทักแชทปรึกษาฟรี
ทักไลน์ปรึกษาฟรี
สาขาของเรา
×

เบอร์โทรติดต่อ

099-463-6365