วิธีปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ คืนการมองเห็นที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ

วิธีปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ คืนการมองเห็นที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ

ใส่เลนส์โปรเกรสซีฟแล้วเวียนหัว ภาพวูบวาบ มึนงง รวมถึงกะระยะลำบาก คงจะทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งหมอเข้าใจดีค่ะ และอยากจะบอกว่าอาการดังกล่าวเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากการปรับตัวของระบบประสาทและสมองในช่วงแรก แต่เมื่อปรับตัวได้ เลนส์โปรเกรสซีฟจะช่วยให้การมองเห็นหลายระยะในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้นมากค่ะ

ในบทความนี้ หมอจึงจะมารับบทที่ปรึกษา แนะนำวิธีปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ เพื่อคลายความกังวลให้กับคนไข้ และทำให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างราบรื่นค่ะ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • อาการมึนงงในช่วงแรกที่สวมใส่เลนส์โปรเกรสซีฟเป็นกระบวนการปกติที่สมองและดวงตากำลังเรียนรู้โครงสร้างภาพแบบใหม่
  • หัวใจสำคัญของการปรับตัวคือการฝึกหันหน้าตามทิศทางของสิ่งที่จะมอง แทนการใช้วิธีเหลือบตาซ้ายขวา
  • การเดินต่างระดับหรือลงบันได ควรใช้วิธีผงกศีรษะลงเพื่อให้สายตามองผ่านโซนระยะไกลของตัวเลนส์
  • การปรับตัวมักใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ การสวมใส่แว่นตาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้สมองจดจำระยะโฟกัสได้รวดเร็วขึ้น
  • การทำ Simulation Test ก่อนตัดแว่นจะช่วยให้เลือกโครงสร้างเลนส์ที่เข้ากับพฤติกรรม ลดระยะเวลาการปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมใส่เลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรกถึงรู้สึกมึนงง?

ทำไมใส่เลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรกถึงรู้สึกมึนงง?

ใส่เลนส์โปรเกรสซีฟแล้วเวียนหัว เกิดจากการที่เลนส์โปรเกรสซีฟมีค่าสายตาหลายระยะ ทั้งใกล้ กลาง และไกล ทำให้ดวงตาและสมองต้องใช้เวลาในการหาจุดโฟกัสใหม่ และใช้เวลาในการปรับตัวนั่นเองค่ะ

หมอเข้าใจดีว่าเมื่อใส่เลนส์โปรเกรสซีฟครั้งแรก แล้วเห็นภาพวูบวาบ มึนงง อาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวล หมอจึงอยากจะยืนยันให้คนไข้สบายใจอีกครั้งว่าอาการดังกล่าวไม่ใช่ความผิดปกติของดวงตา แต่เป็นกลไกของเลนส์ที่ดวงตาต้องทำความคุ้นเคย โดยอาการเวียนหัวจะเกิดขึ้นประมาณ 1-2 สัปดาห์แรก ก่อนที่ร่างกายจะปรับตัว แล้วอาการดังกล่าวก็จะหายไป

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากผ่านไปมากกว่า 2 สัปดาห์ แต่ยังมีอาการเวียนหัว แนะนำให้เข้าปรึกษานักทัศนมาตรอีกครั้ง เพราะอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ค่ะ

เข้าใจการทำงานของเลนส์และสมองเพื่อการปรับตัวที่ไวขึ้น

เข้าใจการทำงานของเลนส์และสมองเพื่อการปรับตัวที่ไวขึ้น

เลนส์ชั้นเดียวทั่วไป จะช่วยแก้ปัญหาการมองเห็นเพียงระยะเดียว จึงไม่จำเป็นต้องปรับตัวมากนัก แต่เลนส์โปรเกรสซีฟแตกต่างออกไป เพราะมองเห็นครบทุกระยะในเลนส์เดียว ซึ่งการจะมองระยะต่าง ๆ ก็จะต้องเรียนรู้วิธีการมอง ไม่ใช่แค่มองไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว จึงทำให้ระบบประสาทและสมองต้องเรียนรู้ พร้อมทั้งปรับตัวในเวลาเดียวกัน

โครงสร้าง 3 ระยะในเลนส์เดียว

เลนส์โปรเกรสซีฟ เป็นเลนส์ที่ถูกออกแบบมาให้มองเห็นคมชัดในทุกระยะ ทั้งใกล้ กลาง และไกล โดยจะแบ่งเป็น 3 โซน เมื่อต้องการมองใกล้ ต้องมองผ่านส่วนล่างสุดของเลนส์ เมื่อมองระยะกลาง ให้มองผ่านบริเวณกลางเลนส์ และถ้าจะมองไกล ให้มองผ่านส่วนบนสุดของเลนส์ ซึ่งส่วนนี้เองที่เปลือกสมองส่วนการมองเห็นต้องเรียนรู้ และปรับตัว

ทำไมภาพด้านข้างถึงบิดเบี้ยว?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าจุดอ่อนอย่างหนึ่งของเลนส์โปรเกรสซีฟ คือภาพบิดเบือนที่เกิดบริเวณด้านข้างของเลนส์ ยิ่งค่าสายตาสูงก็จะบิดเบือนเยอะขึ้น ซึ่งเกิดจากการรวมค่าสายตาหลายระยะลงในเลนส์เดียว ทำให้พื้นที่ขอบเลนส์กลายเป็นโซนที่ต้องไล่ระดับสายตาอย่างรวดเร็ว แนะนำให้หันทั้งคอเพื่อไม่ให้ตาเหลือบไปโดนโซนที่บิดเบือนนั้น

5 วิธีปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ ให้ใช้งานได้สบายตา

5 วิธีปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ ให้ใช้งานได้สบายตา

หัวใจสำคัญของการปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ คือแทนที่จะเหลือบตามองซ้ายขวา ให้ฝึก “หันหน้าตามสิ่งที่จะมอง” วิธีนี้จะช่วยให้สายตามองผ่านศูนย์กลางของเลนส์เสมอ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ภาพบิดเบี้ยวด้านข้าง

นอกจากนี้ยังมีวิธีปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟง่าย ๆ ที่จะช่วยให้การมองเห็นคมชัด เป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น

  • หันหน้าตามสิ่งที่จะมอง: วิธีนี้จะช่วยให้สายตามองผ่านศูนย์กลางของเลนส์เสมอ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ภาพบิดเบี้ยวด้านข้าง
  • เริ่มฝึกกับการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์:
    การฝึกแบบนี้ จะช่วยให้สมองคุ้นเคยกับการหาตำแหน่งโฟกัสในแต่ละระยะค่ะ
  • ขึ้นลงบันได: ช่วงแรกให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเมื่อเรามองลงที่ขั้นบันได สายตาจะผ่านโซนมองใกล้ ทำให้ภาพเบลอและกะระยะผิดพลาดได้ แนะนำให้ก้มหน้าให้มากขึ้น เพื่อให้สายตามองผ่านส่วนบนของเลนส์ไปยังขั้นบันได
  • สวมใส่อย่างต่อเนื่อง: แนะนำให้สวมใส่อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้สมองปรับตัวได้เร็วกว่าการใส่ ๆ ถอด ๆ ค่ะ
  • ทำความเข้าใจ และฝึกการมองแต่ละระยะ: เลนส์โปรเกรสซีฟมี 3 ระยะในเลนส์เดียว ได้แก่
    • มองไกล ให้มองตรงไปข้างหน้าตามปกติ หากรู้สึกภาพไม่ชัด ให้ลองก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตามองผ่านส่วนบนสุดของเลนส์
    • มองระยะกลางนั่งในท่าสบาย ๆ และเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้สายตามองผ่านบริเวณกลางเลนส์
    • มองใกล้ ให้ถือหนังสือหรือโทรศัพท์ในระดับที่ต่ำลงกว่าปกติ แล้วใช้การเหลือบตามองลงต่ำผ่านส่วนล่างสุดของเลนส์ค่ะ

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่า คุณอาจไม่ได้มีปัญหาแค่การปรับตัว

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่า คุณอาจไม่ได้มีปัญหาแค่การปรับตัว

แม้ว่าในช่วงแรกอาการเวียนหัวจากแว่นตาโปรเกรสซีฟอาจเกิดจากการปรับตัว แต่ถ้าหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะรุนแรงติดต่อกันเป็นเวลานาน เห็นภาพซ้อน จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน รวมถึงมีอาการทางระบบประสาท พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง ต้องเข้าพบแพทย์ทันทีค่ะ

ข้อเสียเลนส์โปรเกรสซีฟที่คนไข้มักจะเผชิญในช่วงแรก หลัก ๆ จะเป็นอาการเวียนหัว มึนงง เมื่อเดินแล้วรู้สึกเหมือนพื้นเอียง กะระยะลำบาก ปวดตา รวมถึงเห็นภาพบิดเบือนด้านข้าง จนหลายคนเกิดคำถามว่าเลนส์โปรเกรสซีฟปรับตัวนานไหม? หมอขอตอบว่าอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าหากมีอาการนานกว่านั้น รวมถึงมีอาการทางระบบประสาท ควรเข้าพบแพทย์ เพราะอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้

นอกจากนี้ ในบางกรณีการที่ใส่เลนส์โปรเกรสซีฟแล้วมีอาการเวียนหัวคอยกวนใจ อาจเกิดจากความผิดพลาดในการวัดค่าสายตา ทำให้ค่าสายตาคลาดเคลื่อน หรือวางจุดเซ็นเตอร์เลนส์ไม่ตรง เนื่องจากเลนส์โปรเกรสซีฟมีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน ดังนั้น ข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะทำให้แว่นไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้น แนะนำให้ตัดแว่นโปรเกรสซีฟกับนักทัศนมาตรที่มีความเชี่ยวชาญ หรือทดลองระบบ Simulation Test ก่อนตัดสินใจค่ะ

โครงสร้างเลนส์เฉพาะบุคคล ช่วยลดเวลาปรับตัวได้อย่างไร

โครงสร้างเลนส์เฉพาะบุคคล ช่วยลดเวลาปรับตัวได้อย่างไร

สำหรับผู้ที่มีภาวะสายตายาวตามวัย หรือภาวะสายตาเอียงการเลือกเลนส์ที่ออกแบบเฉพาะบุคคลมีความสำคัญมาก เพราะนอกจากค่าสายตาแล้ว “โครงสร้างเลนส์” ยังมีผลโดยตรงต่อความคมชัด ความสบายตา และระยะเวลาในการปรับตัว โดยเฉพาะในเลนส์โปรเกรสซีฟที่ต้องใช้การมองหลายระยะ ทั้งใกล้ กลาง และไกลในเลนส์เดียว

เลนส์ทั่วไปมักออกแบบจากค่าสายตาและโครงสร้างแว่นมาตรฐาน จึงอาจไม่ได้สอดคล้องกับลักษณะการสวมใส่จริงของแต่ละคน ส่งผลให้เกิดภาพบิดเบือนบริเวณขอบเลนส์มากขึ้น ทำให้บางคนรู้สึกมึนงง ปวดตา ปวดหัว หรือรู้สึกว่าใส่แว่นแล้วภาพไม่นิ่งในช่วงแรก

ในขณะที่เลนส์เฉพาะบุคคลจะถูกออกแบบจากค่าสายตา ร่วมกับพารามิเตอร์ของผู้สวมใส่จริง เช่น ระยะห่างจากตาถึงเลนส์ มุมเทหน้าแว่น ความโค้งหน้าแว่น และตำแหน่งจุดศูนย์กลางเลนส์ จึงช่วยให้สมองไม่ต้องทำงานหนักเกินไป การวัดพารามิเตอร์อย่างละเอียดจึงเป็นหัวใจสำคัญของการตัดแว่นที่ใส่สบายในระยะยาว เพราะเลนส์ที่ดีไม่ใช่แค่เลนส์ที่มีค่าสายตาถูกต้องเท่านั้น แต่ต้องเป็นเลนส์ที่ถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับดวงตา กรอบแว่น และพฤติกรรมการมองของผู้สวมใส่จริงด้วยค่ะ

ประสบการณ์ที่แตกต่างด้วย Simulation Test ก่อนตัดแว่น

ประสบการณ์ที่แตกต่างด้วย Simulation Test ก่อนตัดแว่น

Simulation Test คือการให้คนไข้ได้ทดลองเลนส์โปรเกรสซีฟหลากหลายยี่ห้อ พร้อมทั้งจำลองการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อ่านหนังสือ ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมถึงลองเดิน เพื่อให้แน่ใจว่าเลนส์ที่เลือกเหมาะกับคนไข้จริง ๆ และเมื่อตัดแว่นแล้วจะสามารถใช้งานได้จริง

เนื่องจากเลนส์โปรเกรสซีฟ มีความละเอียดและซับซ้อน จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ที่ Mattaya Vision Center เรามีการทำงานร่วมกันระหว่างจักษุแพทย์และทีมนักทัศนมาตร โดยใช้เครื่องมือทันสมัย ภายใต้มาตรฐานระดับโรงพยาบาลจักษุ เราตรวจวัดค่าสายตาอย่างละเอียด ประกอบแว่นอย่างพิถีพิถัน รวมถึงตรวจโรคตาแอบแฝง เพื่อให้ปัญหาสายตาทั้งหมดของคุณได้รับการแก้ไข ก่อนจะส่งมอบแว่นที่ดีที่สุดให้กับคุณ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ได้ค่ะ โดยปกติส่วนบนของเลนส์โปรเกรสซีฟเป็นโซนสำหรับมองไกล จึงสามารถใช้ขับรถได้ แต่ในช่วงแรกควรฝึกใช้งานให้คุ้นเคยก่อน และไม่ควรขับรถหากยังมีอาการเวียนหัวหรือกะระยะไม่แม่น เพื่อความปลอดภัยค่ะ

เนื่องจากเมื่อเรามองลงที่ขั้นบันได สายตาจะผ่านโซนมองใกล้ตามความเคยชิน ทำให้ภาพเบลอและกะระยะผิดพลาดได้ค่ะ แนะนำให้ก้มหน้าให้มากขึ้น เพื่อให้สายตามองผ่านโซนมองไกลไปยังขั้นบันไดแทน

โดยทั่วไปเลนส์โปรเกรสซีฟใช้เวลาในการปรับตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ ถ้านานกว่านี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นค่ะ

อาการเวียนหัวจากเลนส์โปรเกรสซีฟ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งอยู่ในช่วงของการปรับตัวของระบบประสาทและสมอง หรือค่าสายตาคลาดเคลื่อน ค่าพารามิเตอร์ผิดพลาด ถ้าหากผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ ยังมีอาการเวียนหัว แนะนำให้ปรึกษานักทัศนมาตรค่ะ

แนะนำให้ปรึกษานักทัศนมาตรเพื่อหาสาเหตุของปัญหา ควบคู่กับการตรวจโรคตาแอบแฝงโดยจักษุแพทย์ เพราะในบางครั้งปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากค่าสายตา หรือตัวแว่นเพียงอย่างเดียวค่ะ

สรุป

เมื่อใส่เลนส์โปรเกรสซีฟในช่วงแรก อาจจะมีอาการมึนงง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะสมองและดวงตากำลังเรียนรู้โครงสร้างภาพแบบใหม่ เนื่องจากเลนส์โปรเกรสซีฟ ถูกออกแบบมาให้มองเห็นทุกระยะในเลนส์เดียว ผ่านโซนต่าง ๆ ของแว่น จึงต้องใช้เวลาปรับตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ ยิ่งใส่อย่างต่อเนื่องก็จะทำให้สมองจดจำระยะโฟกัสได้เร็วขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะแนะนำ คือเลนส์โปรเกรสซีฟมีความละเอียดและซับซ้อน ดังนั้น จึงจะต้องตรวจวัดค่าสายตาอย่างละเอียดโดยนักทัศนมาตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถประกอบแว่นได้อย่างแม่นยำ และได้รับแว่นที่มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุก ๆ วันค่ะ

สำหรับใครที่กำลังรู้สึกกังวลเกี่ยวกับปัญหาการมองเห็นที่ต้องเผชิญ หรือสนใจเปลี่ยนมาใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ สามารถเข้ามาปรึกษาจักษุแพทย์ และทีมนักทัศนมาตรที่ Mattaya Vision Center พร้อมทั้งสัมผัสประสบการณ์ Simulation Test ได้ที่สาขาใกล้บ้าน โดยเลนส์โปรเกรสซีฟ ราคาเริ่มต้นประมาณ 9,900 บาท (ราคาเริ่มต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถาม Mattaya Vision Center อีกครั้ง)

  • ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขา รพ.พญาไท 1
  • ร้านแว่น Mattaya Clinic สาขาเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา
  • ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเอ็มโพเรียม
  • ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเมกาบางนา
  • ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
แพทย์หญิง-มัทยา ขวัญอโนชา

แพทย์หญิง มัทยา ขวัญโอโนชา

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาและการมองเห็น

จักษุแพทย์ผู้ก่อตั้ง Mattaya Vision Center ผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาเฉพาะทางด้านเลนส์โปรเกรสซีฟ สำหรับผู้มีปัญหาสายตาซับซ้อน

ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อตาและตาสองชั้น
    Korean College of Cosmetic Surgery (KCCS) ประเทศเกาหลีใต้
ทักแชทปรึกษาฟรี
ทักไลน์ปรึกษาฟรี
สาขาของเรา
×

เบอร์โทรติดต่อ

099-463-6365