กระจกตาอักเสบ ปวดตา ตาแดง สู้แสงไม่ได้ รีบรักษา ก่อนเสี่ยงตาบอด

กระจกตาอักเสบ ปวดตา ตาแดง สู้แสงไม่ได้ สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบรักษา

หมอเข้าใจความรู้สึกของคุณดีค่ะ ถ้าอยู่ๆ ก็รู้สึกปวดตาจี๊ดๆ น้ำตาไหลพรากจนลืมตาแทบไม่ขึ้น หรือมองภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมด อาการเหล่านี้ไม่ได้สร้างแค่ความรำคาญ แต่ยังนำมาซึ่งความกังวลใจว่า ตาเราจะเป็นอะไรไหม?

ในฐานะจักษุแพทย์ หมอขอบอกตรงนี้เลยว่า กระจกตาอักเสบ เป็นภาวะที่คุณ อย่านิ่งนอนใจ เด็ดขาดค่ะ เพราะนี่ไม่ใช่แค่อาการตาแดงจากการนอนน้อย แต่คือการอักเสบที่เกิดขึ้นบน กระจกตา (ส่วนใสๆ ที่คลุมตาดำของเรา) ซึ่งเปรียบเสมือนหน้าต่างบานแรกของการมองเห็น หากหน้าต่างบานนี้ขุ่นมัวหรือเป็นแผล การมองเห็นของคุณอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

บทความนี้ หมอจะพาคุณไปเช็กอาการอย่างละเอียด รู้ทันสาเหตุ และแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณกลับมามองเห็นโลกที่สดใสได้อีกครั้งค่ะ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • กระจกตาอักเสบ คือภาวะติดเชื้อหรืออักเสบที่ตาดำ เสี่ยงต่อการตาบอดหากรักษาไม่ทันท่วงที
  • อาการปวดตารุนแรง สู้แสงไม่ได้ และตามัวลงเฉียบพลัน คือสัญญาณฉุกเฉินที่ต้องพบจักษุแพทย์ทันที
  • พฤติกรรมใส่คอนแทคเลนส์นอน หรือใช้น้ำเกลือล้างเลนส์ เป็นตัวการหลักที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ
  • การรักษาจำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะทาง ห้ามซื้อยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์มาใช้เองเด็ดขาด

กระจกตาอักเสบ คืออะไร ทำไมถึงอันตราย

กระจกตาอักเสบ คืออะไร

กระจกตาคือส่วนใสที่โค้งนูนอยู่หน้าสุดของดวงตา ทำหน้าที่เป็นหน้าต่างบานแรกให้แสงผ่านเข้ามาสู่จอประสาทตา เมื่อเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ จะทำให้กระจกตาที่เคยใสแจ๋วเกิดความขุ่นมัว บวม หรือกลายเป็นแผล

ความน่ากลัวของโรคนี้คือความรวดเร็วในการลุกลาม หากปล่อยทิ้งไว้ เชื้อโรคสามารถกัดกินเนื้อเยื่อจนกระจกตาทะลุ แม้กระบวนการรักษาจะทำลายเชื้อโรคได้หมดแล้ว แต่มักจะทิ้งรอยแผลเป็นสีขาวขุ่นไว้บนตาดำ บังทิศทางของแสง ทำให้การมองเห็นลดลงตลอดชีวิต หรือร้ายแรงที่สุดคือสูญเสียดวงตาข้างนั้นไปเลย

5 สัญญาณเตือน กระจกตาอักเสบ ที่ต้องรีบพบแพทย์

5 สัญญาณเตือน กระจกตาอักเสบ ที่ต้องรีบพบแพทย์

อาการของโรคนี้มีความรุนแรงและชัดเจนกว่าโรคตาแดงจากภูมิแพ้หรือไวรัสทั่วไป หากสังเกตพบอาการดังต่อไปนี้ ต้องหยุดกิจกรรมทุกอย่างแล้วเดินทางไปโรงพยาบาลทันที

  • ปวดตารุนแรง: ปวดลึกเข้าไปในกระบอกตา บางรายมีอาการปวดร้าวขึ้นไปถึงศีรษะ
  • สู้แสงไม่ได้: เจอแสงไฟนีออนหรือแสงแดดอ่อนๆ ก็แสบตาจนน้ำตาไหล ต้องหรี่ตาหรือหลับตาตลอดเวลา
  • ตามัวลงเฉียบพลัน: มองเห็นภาพไม่ชัด เหมือนมีหมอกขาวมาบังอยู่ตรงหน้า
  • มีจุดขาวบนตาดำ: หากส่องกระจกแล้วเห็นจุดสีขาวหรือสีขุ่นบนตาดำ นี่คือรอยแผลที่เกิดการติดเชื้อ
  • ตาแดงจัดและมีขี้ตา: ตาแดงมากโดยเฉพาะบริเวณรอบตาดำ รู้สึกเคืองเหมือนมีเศษแก้วอยู่ในตา อาจมีขี้ตาสีเขียวหรือเหลืองข้นหากติดเชื้อแบคทีเรีย

 

อาการ

ตาแดงทั่วไป

กระจกตาอักเสบ

ความเจ็บปวด

ระคายเคืองเล็กน้อย คันตา

ปวดตามาก เหมือนมีอะไรบาด

การมองเห็น

ปกติ ไม่มัว

ตามัวลง ภาพเบลอ

การสู้แสง

สู้แสงได้ปกติ

สู้แสงไม่ได้เลย แสบตามาก

ความเร่งด่วน

สังเกตอาการได้ หายเองได้ในบางกรณี

ภาวะฉุกเฉิน ต้องพบแพทย์ทันที

ตัวการหลักที่ทำให้เกิด กระจกตาอักเสบ

ตัวการหลักที่ทำให้เกิด กระจกตาอักเสบ

สาเหตุอันดับหนึ่งที่พบได้บ่อยที่สุดในห้องตรวจ คือพฤติกรรมการใช้คอนแทคเลนส์ที่ผิดวิธีและขาดสุขอนามัย

  • ผู้ใช้คอนแทคเลนส์: การใส่นอนทำให้กระจกตาขาดออกซิเจน กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคชั้นดี (ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 10-15 เท่า) การใส่เล่นน้ำเสี่ยงต่อการติดเชื้ออะแคนทามีบา ซึ่งรักษายากและรุนแรงมาก การใช้น้ำเกลือล้างเลนส์แทนน้ำยาเฉพาะก็ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้
  • อุบัติเหตุและสิ่งแปลกปลอม: กิ่งไม้หรือใบไม้ข่วนตาเสี่ยงต่อการติดเชื้อรา เศษฝุ่น เศษเหล็กกระเด็นเข้าตา หรือการขยี้ตาแรงๆ ทำให้เกิดแผลถลอกและเปิดทางให้เชื้อโรคแทรกซึม
  • โรคทางตาเดิม: ภาวะตาแห้งรุนแรงทำให้ผิวหน้ากระจกตาหลุดลอกง่าย เชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาได้เร็วขึ้น หมอมักจะย้ำเสมอว่า หากใส่คอนแทคเลนส์แล้วรู้สึกเคืองตาแม้แต่นิดเดียว ให้ถอดออกทันที อย่าฝืนใส่ต่อเด็ดขาด

แนวทางการรักษาโดยจักษุแพทย์

แนวทางการรักษาโดยจักษุแพทย์

เมื่อมาถึงมือจักษุแพทย์ การวินิจฉัยและรักษาต้องทำอย่างแข่งกับเวลา เพื่อหยุดยั้งการทำลายเนื้อเยื่อดวงตา

  1. การตรวจวินิจฉัย: แพทย์จะใช้กล้องส่องตรวจตา ประเมินความลึกของแผล และทำการย้อมสีตา เพื่อดูขอบเขตให้ชัดเจน หากแผลดูรุนแรง ต้องทำการขูดเชื้อ ไปเพาะหาต้นเหตุที่แท้จริง ว่าเป็นแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา
  2. การให้ยา: ใช้ยาปฏิชีวนะหยอดตา ที่ตรงกับเชื้อ ในระยะแรกที่มีการติดเชื้อรุนแรง ต้องหยอดยาทุก 1 ชั่วโมงแม้ในเวลานอน เพื่อคุมเชื้อให้เร็วที่สุด ห้ามเด็ดขาดที่จะซื้อยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์มาใช้เอง เพราะจะทำให้เชื้อลุกลามจนทะลุได้
  3. การผ่าตัด: หากแผลลึกจนเสี่ยงทะลุ หรือเกิดแผลเป็นขุ่นมัวจนบังการมองเห็น แพทย์จะพิจารณาทำการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา เพื่อกู้คืนการมองเห็น

วิธีดูแลตัวเองเมื่อ กระจกตาอักเสบ และข้อควรระวัง

วิธีดูแลตัวเองเมื่อ กระจกตาอักเสบ และข้อควรระวัง

ระหว่างการรักษา วินัยของผู้ป่วยคือตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดว่าแผลจะหายสนิทและกลับมามองเห็นได้ชัดเจนเหมือนเดิมหรือไม่

  • หยอดยาให้ตรงเวลาเป๊ะ แม้จะต้องตั้งนาฬิกาปลุกมาหยอดตอนตี 2 ก็ต้องทำ เพราะเชื้อโรคแบ่งตัวตลอดเวลา
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนสัมผัสรอบดวงตาหรือหยอดยา
  • งดใส่คอนแทคเลนส์เด็ดขาดจนกว่าแพทย์จะอนุญาต (โดยปกติคือต้องรอให้แผลหายสนิทไปแล้วอย่างน้อย 2-3 เดือน)
  • สวมแว่นกันแดดเพื่อลดอาการแสบตาเมื่อต้องออกไปเจอแสง
  • ห้ามขยี้ตาและห้ามแต่งหน้ารอบดวงตาจนกว่าแผลจะหายสนิท

เปลี่ยนมาใส่แว่นตา ทางออกที่ปลอดภัยต่อดวงตา

สำหรับผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์เป็นประจำและเคยมีประวัติกระจกตาอักเสบ การสลับมาใส่แว่นตาคือวิธีพักสายตาและลดความเสี่ยงที่ยั่งยืนที่สุด หากกังวลเรื่องการมองเห็นที่ไม่เป็นธรรมชาติเวลาใส่แว่น ปัจจุบันเทคโนโลยีการออกแบบเลนส์พัฒนาไปมาก

ที่ร้านแว่น Mattaya Vision Center เรามีทีมนักทัศนมาตรช่วยประเมินการมองเห็นและวัดสายตาอย่างละเอียด ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์ พร้อมระบบทดลองใส่เลนส์โปรเกรสซีฟก่อนตัดแว่น (Simulation Test) ช่วยให้คุณได้แว่นที่ใส่สบายและตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท (ราคาเริ่มต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจสอบกับ Mattaya Vision Center อีกครั้ง) เข้ารับบริการได้ที่สาขาใกล้บ้าน เช่น รพ.พญาไท 1, สาขาเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา, เอ็มโพเรียม, เมกาบางนา และ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

ดวงตาคู่นี้มีเพียงคู่เดียว หากมีอาการปวดตา สู้แสงไม่ได้ อย่าพยายามทนหรือเดาอาการเอง การมาพบแพทย์เร็วคือการลงทุนเพื่อรักษาดวงตาของคุณไว้ ถ้าอาการไม่ดีขึ้น แวะมาให้หมอตรวจอย่างละเอียดได้ที่ Mattaya Clinic สาขาเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กระจกตาอักเสบ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ อาการนี้มีการติดเชื้อร่วมด้วย หากไม่ได้รับการตรวจและรับยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง เชื้อจะลุกลามลงลึกจนอาจทำให้ตาบอดได้

ไม่รุนแรง → หายใน 2-3 วัน ถึง 1-2 สัปดาห์

ติดเชื้อแบคทีเรีย → หายใน 1-2 สัปดาห์

ติดเชื้อไวรัส/เชื้อรา → หลายสัปดาห์ ถึงเป็นเดือน

แพทย์หญิง-มัทยา ขวัญอโนชา

แพทย์หญิง มัทยา ขวัญโอโนชา

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาและการมองเห็น

จักษุแพทย์ผู้ก่อตั้ง Mattaya Vision Center ผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาเฉพาะทางด้านเลนส์โปรเกรสซีฟ สำหรับผู้มีปัญหาสายตาซับซ้อน

ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อตาและตาสองชั้น
    Korean College of Cosmetic Surgery (KCCS) ประเทศเกาหลีใต้
ทักแชทปรึกษาฟรี
ทักไลน์ปรึกษาฟรี
สาขาของเรา
×

เบอร์โทรติดต่อ

099-463-6365