ปวดคอบ่าไหล่ ปวดกระบอกตา สายตาล้า อาการเหล่านี้เป็นอาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเป็นปัญหาที่มนุษย์ออฟฟิศต้องเจอจากการนั่งทำงานนาน ๆ
หลายคนเลือกที่จะไปนวด หรือทำกายภาพบำบัด แต่อาการเดิม ๆ ก็ยังวนกลับมา จนก่อให้เกิดความกังวล และเข้ามาปรึกษาหมอว่าสรุปแล้วเกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งหมอจะบอกกับคนไข้เสมอว่าวิธีการเหล่านั้นเป็นการแก้ที่ “ปลายเหตุ” ค่ะ
การจะแก้ออฟฟิศซินโดรมอย่างเหมาะสม จะต้องแก้ที่ “ต้นเหตุ” ซึ่งในบางครั้งอาจมีสาเหตุอื่นแฝงอยู่ เช่น พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือเกี่ยวกับค่าสายตาแฝง ที่ทำให้ต้องเพ่งหน้าจอ จนท่าทางผิดปกติ ดังนั้น ในบทความนี้หมอจึงจะมาพูดถึงปัญหาออฟฟิศซินโดรมอย่างครอบคลุม เพื่อให้สามารถแก้ไขได้อย่างเหมาะสมค่ะ
สรุปประเด็นสำคัญ
- อาการออฟฟิศซินโดรมที่รักษากี่ครั้งก็วนกลับมาปวดคอบ่าไหล่ซ้ำ ๆ มักมีสาเหตุซ่อนเร้นมาจากการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน
- เมื่อดวงตาต้องเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ ร่างกายจะปรับสรีระด้วยการยื่นคอไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักเกินขีดจำกัด
- การแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรมที่แท้จริง ต้องเริ่มจากการตรวจหาค่าสายตาแฝง และปรับการมองเห็นให้คมชัดในระยะทำงาน
- เลนส์เฉพาะทางสำหรับคอมพิวเตอร์ช่วยให้คุณนั่งพิงพนักเก้าอี้ได้อย่างสบาย ลดการเกร็งคอบ่าไหล่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
- การใช้บริการเลนส์สายตาที่ผ่านการทดลองจริงด้วย Simulation Test จะช่วยยืนยันผลลัพธ์ในการปรับสรีระก่อนการตัดแว่นจริง
สารบัญเนื้อหา
- อาการออฟฟิศซินโดรม ทำไมไปนวดกี่ครั้ง อาการปวดคอบ่าไหล่ก็ยังวนกลับมา?
- ไขความลับร่างกาย ออฟฟิศซินโดรม เกิดจากอะไรกันแน่?
- วิธีแก้ออฟฟิศซินโดรมให้หายขาด ต้องแก้ที่ต้นตอของพฤติกรรม
- ท่าทางผิดเพี้ยนเพราะแว่นตาไม่พอดีหน้าจอ สิ่งที่คลินิกกายภาพไม่ได้บอกคุณ
- เปรียบเทียบชัด ๆ เลนส์สายตาทั่วไป vs เลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะทางสำหรับคอมพิวเตอร์
- ตัดแว่น แก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรมที่ Mattaya Vision Center แตกต่างอย่างไร?
- อาหารเสริมบำรุงสายตา ช่วยแก้อาการปวดกระบอกตาได้จริงไหม?
อาการออฟฟิศซินโดรม ทำไมไปนวดกี่ครั้ง อาการปวดคอบ่าไหล่ก็ยังวนกลับมา?
“หมอคะ นั่งทำงานนาน ๆ แล้วปวดคอบ่าไหล่ ไปนวดก็ยังไม่หายค่ะ” “หมอครับ ปวดหัว ปวดกระบอกตา ตาล้า ทำยังไงได้บ้างครับ”
หมอได้ยินคนไข้เข้ามาปรึกษาด้วยท่าทีกังวลอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหมอเข้าใจปัญหานี้ดีค่ะ เพราะอาการออฟฟิศซินโดรมเป็นปัญหาที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก
บางคนพยายามหาทางออกอย่างการไปนวด ช่วยให้อาการหายไประยะเวลาหนึ่ง แต่สักพักก็กลับมาเป็นอีก จนรบกวนนอนหลับพักผ่อน ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และใช้ชีวิตไม่มีความสุข หมอแนะนำให้หา “ต้นเหตุที่แท้จริง” เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขอย่างเหมาะสมค่ะ
ไขความลับร่างกาย ออฟฟิศซินโดรม เกิดจากอะไรกันแน่?
ออฟฟิศซินโดรม เป็นปัญหาที่มีสาเหตุหลักจากการนั่งทำงานนาน ๆ จนทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง กล้ามเนื้ออักเสบ แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป ทำให้แม้จะพยายามหาวิธีแก้ออฟฟิศซินโดรมเท่าไร อาการก็ไม่หายขาด และยังวนกลับมา นั่นคือเรื่องของปัญหาค่าสายตา ที่ทำให้ปรับท่านั่งจนผิดปกติโดยไม่รู้ตัวค่ะ
กลไกการอักเสบสะสมของกล้ามเนื้อ
เพื่อให้เข้าใจกลไกการอักเสบของกล้ามเนื้อ หมอจะอธิบายแบบนี้ค่ะ เมื่อนั่งทำงานนาน ๆ กล้ามเนื้อจะหดเกร็งค้าง ยิ่งนั่งท่าเดิมบ่อย ๆ ก็ทำให้เกิดความตึงเครียดสะสมมากขึ้น จนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง ในบางครั้งอาจมีอาการชาที่บริเวณแขน และมือ จากการที่เส้นประสาทถูกกดทับ หรือปวดตา ปวดศีรษะได้ด้วยค่ะ
ตัวการตัวจริงที่คนมองข้าม: สรีระพังเพราะพยายาม เพ่งหน้าจอ
อีกสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดอาการปวดคอบ่าไหล่ อาจเกิดมาจาก “ค่าสายตาผิดปกติ” ทำให้เวลาทำงานต้องพยายามเพ่งหน้าจอ และเผลอปรับท่านั่งจนสรีระผิดปกติ ซึ่งอาการนี้จะเรียกว่า “คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม” ค่ะ
คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม เป็นกลุ่มอาการทางตาจากการเพ่งสายตาเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดอาการตาแห้ง แสบตา ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด ในบางครั้งเมื่อกะพริบตาอาจมีน้ำตาไหลออกมา ทั้งออฟฟิศซินโดรม และคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมมักพบร่วมกันในคนทำงานยุคใหม่ที่จ้องหน้าจอ แต่คนมักจะมองข้ามสาเหตุนี้ไป จึงทำให้รักษาเท่าไรก็ยังมีอาการอยู่ดีค่ะ
วิธีแก้ออฟฟิศซินโดรมให้หายขาด ต้องแก้ที่ต้นตอของพฤติกรรม
วิธีแก้ออฟฟิศซินโดรม ควรแก้ตั้งแต่ต้นเหตุ เพื่อไม่ให้อาการเกิดขึ้นซ้ำ หมอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองในเบื้องต้น หรือเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม ดังนี้ค่ะ
- ยืดกล้ามเนื้อ: แนะนำให้ยืดกล้ามเนื้อเป็นระยะ เช่น หมุนไหล่ เอียงคอ หรือบิดตัว เพราะจะช่วยให้เอ็นข้อต่อและกล้ามเนื้อได้รับการยืดเหยียด ช่วยลดอาการปวด และบริหารกล้ามเนื้อได้ค่ะ
- ปรับท่านั่ง: ควรปรับท่านั่ง และจัดสรีระให้เหมาะสม นั่งหลังตรงชิดพนักพิง หน้าตรง ไม่ยื่นคอไปด้านหน้า รวมถึงเว้นระยะห่างจากหน้าจออย่างเหมาะสมค่ะ
- พักสายตา: ถ้าหากมีอาการออฟฟิศซินโดรม จนทำให้ปวดตา วิธีพื้นฐานที่ช่วยได้คือการพักสายตาเป็นระยะค่ะ
- ออกกำลังกาย: การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และลดอาการปวดเมื่อยจากอาการออฟฟิศซินโดรม
- นวดแก้อาการ: การนวด เป็นศาสตร์การรักษาอย่างหนึ่ง ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้ อย่างไรก็ตาม ควรนวดในร้านที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงอาการบาดเจ็บนะคะ
- ใช้เทคนิคทางการแพทย์: กรณีที่มีอาการเรื้อรัง และไม่สามารถบรรเทาด้วยวิธีข้างต้นได้ หมอแนะนำให้เข้ารับการรักษาด้วยเทคนิคการแพทย์ อย่างการกายภาพบำบัด หรือเทคนิคอื่น ๆ ตามความเหมาะสมค่ะ
ท่าทางผิดเพี้ยนเพราะแว่นตาไม่พอดีหน้าจอ สิ่งที่คลินิกกายภาพไม่ได้บอกคุณ
ในหัวข้อที่ผ่านมา หมออธิบายปัญหาออฟฟิศซินโดรมในเชิงของกล้ามเนื้อไปแล้ว แต่ถ้ามองปัญหาให้ครอบคลุม เรื่องของสายตาที่ส่งผลต่อท่านั่ง ก็มีผลไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะการใช้แว่นสายตาที่ไม่เหมาะสม ทำให้ระยะโฟกัสไม่พอดีกับจอคอมพิวเตอร์
เมื่อมองเห็นไม่ชัด จึงทำให้หลายคนต้องก้มเข้าไปมองใกล้ ๆ นอกจากทำให้ปวดคอบ่าไหล่ จากท่านั่งแปลก ๆ แล้ว ยังทำให้ปวดตา แสบตาอีกด้วย กรณีนี้หมอแนะนำให้เลือกใช้เลนส์เฉพาะทาง เพื่อแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมค่ะ
เปรียบเทียบชัด ๆ เลนส์สายตาทั่วไป vs เลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะทางสำหรับคอมพิวเตอร์
สำหรับใครที่มีอาการคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม และต้องการตัดแว่น ในหัวข้อนี้หมอจะเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของเลนส์สายตาทั่วไป กับเลนส์โปรเกรสซีฟ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจค่ะ
|
คุณสมบัติ |
เลนส์ทั่วไป |
เลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะทาง |
|
ระยะโฟกัส |
ระยะที่เลือกเพียงระยะเดียว |
กลางและใกล้ |
|
การใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์ |
อาจไม่ตอบโจทย์ในบางราย |
นั่งทำงานสบายตามากขึ้น |
|
ราคา |
ราคาไม่สูงมากนัก |
ราคาค่อนข้างสูง แต่แลกกับคุณภาพ |
|
เหมาะกับใคร |
ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน |
ใช้ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นหลัก |
|
ข้อจำกัด |
เสี่ยงปวดตา |
เหมาะสำหรับใส่ทำงาน ไม่เหมาะกับการใส่ทำกิจกรรมอื่น |
ตัดแว่น แก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรมที่ Mattaya Vision Center แตกต่างอย่างไร?
ถ้าหากอาการออฟฟิศซินโดรมของคุณ มีต้นเหตุจากค่าสายตา ทำให้ต้องเพ่งมองหน้าจอใกล้ ๆ ด้วยท่าทางที่ไม่ถนัด จนมีอาการปวดเรื้อรัง ให้ Mattaya Vision Center ได้ดูแลคุณ เพราะเราไม่ใช่แค่ร้านแว่น แต่เป็นศูนย์แว่นตาโปรเกรสซีฟครบวงจร
เรามีทีมนักทัศนมาตรที่มีความเชี่ยวชาญในการวัดค่าสายตา และจักษุแพทย์ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปัญหาของคุณได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีระบบ Simulation Test ก่อนตัดสินใจ เพื่อประเมินว่าเลนส์ชนิดใดให้ความสบายตาและเหมาะกับระยะการใช้งานของคุณมากที่สุดก่อนตัดแว่นจริง พร้อมส่งมอบการมองเห็นที่ดีที่สุดให้แก่คุณ
อาหารเสริมบำรุงสายตา ช่วยแก้อาการปวดกระบอกตาได้จริงไหม?
หลายคนอาจจะสงสัยว่าถ้าหากมีอาการปวดกระบอกตาจากออฟฟิศซินโดรม อาหารเสริมบำรุงสายตา สามารถช่วยได้ไหม? คำตอบคืออาจช่วยได้ในบางราย โดยแนะนำให้เลือกสูตรที่มีลูทีน, ซีแซนทีน และ แอสตาแซนธิน เพื่อให้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตา
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หมออยากให้ทำความเข้าใจ คืออาหารเสริมไม่ใช่วิธีแก้ไขนะคะ แต่แค่ช่วยบรรเทาอาการชั่วคราวเท่านั้น ทางที่ดีถ้าหากต้องใช้สายตาอย่างต่อเนื่อง หมอแนะนำให้พักสายตาเป็นครั้งคราวจะดีกว่าค่ะ หรือถ้าหากมีอาการปวดรุนแรง อาจเข้าปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ชัดเจน และรักษาอย่างเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับออฟฟิศซินโดรม (FAQ)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
อาการของออฟฟิศซินโดรม คือปวดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ เช่น ปวดคอบ่าไหล่ ปวดหลัง ปวดข้อมือ มีอาการเหน็บชา ปวดหัว ปวดตา รวมถึงตาล้า และตาแห้ง
การนวดเป็นการบรรเทาอาการ แต่ไม่ใช่การรักษาออฟฟิศซินโดรม ดังนั้น แม้จะนวดไปแล้วก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดอาการอีกได้
ปวดกระบอกตา เป็นอาการหนึ่งของออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเกิดจากการจ้องหน้าจอเป็นเวลานานจนกล้ามเนื้อตาเมื่อยล้า ตาแห้ง
วิธีแก้ออฟฟิศซินโดรมให้หายขาด แนะนำให้หาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมค่ะ
ถ้าหากออฟฟิศซินโดรมมีสาเหตุจากค่าสายตาหรือแว่นไม่เหมาะกับระยะใช้งาน จนต้องเพ่งสายตา และก้มมองหน้าจอใกล้ ๆ การตัดแว่นสามารถช่วยได้ค่ะ
สรุป
ออฟฟิศซินโดรม เป็นอาการที่มนุษย์ออฟฟิศหลายคนต้องเจอ ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดคอบ่าไหล่ ปวดตา ตาล้า จนรบกวนการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน วิธีแก้ที่ถูกต้องคือควรหาสาเหตุ และรักษาอย่างเหมาะสม
ถ้าหากมีปัญหาจากค่าสายตา จนทำให้ต้องเพ่งหน้าจอ ทำให้ร่างกายปรับสรีระ โดยการยื่นคอไปมองจอใกล้ ๆ จนกล้ามเนื้อทำงานหนัก อาการอาจกลับมาได้ หากยังไม่ได้แก้ปัจจัยที่กระตุ้น แนะนำให้เข้าปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อตัดแว่น และแก้ที่ต้นเหตุค่ะ
หากมีอาการตากระตุกหรือปวดคอบ่าไหล่เรื้อรัง แวะมาทดลองปรับระยะสายตาด้วย Simulation Test ได้ที่
- ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขา รพ.พญาไท 1
- ร้านแว่น Mattaya Clinic สาขาเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา
- ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเอ็มโพเรียม
- ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเมกาบางนา
- ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาและการมองเห็น
จักษุแพทย์ผู้ก่อตั้ง Mattaya Vision Center ผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาเฉพาะทางด้านเลนส์โปรเกรสซีฟ สำหรับผู้มีปัญหาสายตาซับซ้อน
ประวัติการศึกษา
- แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- วุฒิบัตรการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อตาและตาสองชั้น
Korean College of Cosmetic Surgery (KCCS) ประเทศเกาหลีใต้

