ตาเหล่ ตาเข คืออะไร? แนวทางการรักษาและแก้ปัญหาภาพซ้อน

ตาเหล่ ตาเข คืออะไร? แนวทางการรักษาและแก้ปัญหาภาพซ้อน

ปัญหาตาเหล่และตาเข เป็นภาวะที่ดวงตาทั้งสองข้างไม่สามารถจับจ้องไปที่วัตถุเดียวกันพร้อมกันได้ ในทางจักษุวิทยา ภาวะนี้เกิดจากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อตา หรือความผิดปกติของการหักเหแสง ทำให้สมองรับภาพจากตาทั้งสองข้างในตำแหน่งที่ต่างกันจนเกิดอาการภาพซ้อน การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามหรือบุคลิกภาพ แต่คือการประเมินระบบการมองเห็นทั้งหมดเพื่อหาแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง ทั้งการผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตา หรือการใช้เลนส์ปริซึมเพื่อรวมภาพให้กลับมาเป็นปกติ

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ภาวะตาเหล่และตาเขเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาหรือสายตา ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างไม่ประสานกันจนเกิดภาพซ้อน
  • การรักษาที่ต้นเหตุต้องอาศัยการวินิจฉัยแยกโรคโดยจักษุแพทย์เพื่อคัดกรองโรคทางระบบประสาทหรือเนื้องอกในสมองที่อาจซ่อนอยู่
  • นักทัศนมาตรสามารถแก้ไขปัญหาภาพซ้อนและตาเขซ่อนเร้นได้ด้วยการออกแบบแว่นปริซึม ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์
  • ผู้ที่มีภาวะตาเหล่หรือตาเขสามารถเข้ารับการประเมินและทดลองใส่เลนส์ปริซึมจำลองได้ก่อนตัดสินใจตัดแว่น

เมื่อดวงตาไม่ประสานกัน สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

เมื่อดวงตาไม่ประสานกัน สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

เมื่อระบบการทำงานของดวงตาสูญเสียความสมดุล ร่างกายจะแสดงสัญญาณความผิดปกติหลายอย่างที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต

  • การมองเห็นผิดปกติและภาพซ้อน: เมื่อตาสองข้างไม่มองไปที่จุดเดียวกัน สมองจะเกิดความสับสน ทำให้กะระยะผิดพลาด เป็นอันตรายอย่างยิ่งเวลาขับรถ เดินขึ้นลงบันได หรือหยิบจับสิ่งของ
  • ความไม่สบายตาเรื้อรัง: กล้ามเนื้อตาต้องพยายามฝืนเพ่งเพื่อดึงภาพให้มารวมกัน ส่งผลให้เกิดอาการปวดกระบอกตา ปวดขมับ ปวดศีรษะ บางรายมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วยเมื่อต้องใช้สายตาเป็นเวลานาน
  • ผลกระทบด้านบุคลิกภาพ: การที่ดวงตาไม่ขนานกันทำให้ขาดความมั่นใจในการสบตาผู้คน ส่งผลต่อการสื่อสารและการเข้าสังคม

รู้จักประเภทของตาเหล่ ตาเข เพื่อการรักษาที่ตรงจุด

รู้จักประเภทของตาเหล่ ตาเข เพื่อการรักษาที่ตรงจุด

ภาวะตาเหล่ ตาเข แบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการเบนของดวงตาและสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติ

1 ตาเขจริง

ดวงตาข้างใดข้างหนึ่งเบนออกจากการมองตรงอย่างชัดเจน แบ่งย่อยได้เป็น ตาเขเข้าใน ซึ่งมักพบในเด็กที่มีสายตายาวปริมาณมาก หากปล่อยทิ้งไว้ สมองจะระงับการรับภาพจากตาข้างนั้นและนำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจ ส่วนภาวะตาเขออกนอก มักสัมพันธ์กับความอ่อนแอของกล้ามเนื้อตา อาการจะแสดงชัดเจนเมื่อร่างกายอ่อนเพลีย

2 ตาเขซ่อนเร้น

ภาวะที่กล้ามเนื้อตายังสามารถพยายามดึงดวงตาให้ตรงได้ แต่ต้องออกแรงมากกว่าปกติ อาการมักแสดงออกเมื่อทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้สายตาอย่างหนัก ทำให้เกิดภาพเบลอ ภาพแยก หรือปวดกระบอกตารุนแรง

3 ตาเหล่เทียม

มักพบในเด็กเล็กที่มีโครงสร้างใบหน้าเฉพาะตัว เช่น สันจมูกแบนกว้าง หรือมีเนื้อบริเวณหัวตามาก ทำให้ดูเหมือนตาดำชิดหัวตาจนคล้ายตาเขเข้าใน กรณีนี้ไม่ใช่ความผิดปกติของการมองเห็น เมื่อเด็กโตขึ้นและโครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนไป อาการลักษณะนี้จะหายไปเอง

บางความเชื่อโบราณอาจมองว่าเด็กที่มีลักษณะตาเขหรือมองเหล่คือเด็กที่มีสัมผัสพิเศษ แต่ในทางการแพทย์ นี่คือภาวะความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าและระบบสายตาที่ต้องได้รับการประเมินและตรวจคัดกรองอย่างถูกวิธีด้วยเครื่องมือทางจักษุวิทยา

แนวทางการรักษา ผ่าตัด แว่นสายตา หรือ เลนส์ปริซึม?

แนวทางการรักษา ผ่าตัด แว่นสายตา หรือ เลนส์ปริซึม?

การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรง มุมเข และสาเหตุของโรค

วิธีการรักษา

เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการลักษณะใด

ผลลัพธ์ที่ได้

การผ่าตัดกล้ามเนื้อตา

ผู้ที่มีมุมเขปริมาณมาก หรือมีความผิดปกติทางกายภาพของกล้ามเนื้อตา

ปรับโครงสร้างกล้ามเนื้อตาให้กลับมาขนานกัน

แว่นตาปริซึม (Prism Lenses)

ผู้ที่มีตาเขซ่อนเร้น ตาเขมุมน้อย หรือมีอาการภาพซ้อนรบกวนการใช้ชีวิต

ขจัดปัญหาภาพซ้อน ลดอาการตาล้าโดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด

การฝึกกล้ามเนื้อตา

ผู้ที่มีกล้ามเนื้อตาไม่แข็งแรงหรือตาเขซ่อนเร้นระดับเริ่มต้น

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประสานกันของดวงตาทั้งสองข้าง

“ในมุมมองของหมอ การประเมินสาเหตุที่แท้จริงคือหัวใจสำคัญค่ะ หากตาเขเกิดจากโรคทางระบบประสาท หรือมีความดันในกะโหลกศีรษะสูง การรีบไปตัดแว่นโดยไม่รักษาสาเหตุหลักอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้”

เลนส์ปริซึม ตัวช่วยแก้ภาพซ้อนโดยไม่ต้องผ่าตัด

เลนส์ปริซึม ตัวช่วยแก้ภาพซ้อนโดยไม่ต้องผ่าตัด

สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดในการผ่าตัด หรือมีมุมเขปริมาณไม่มาก เลนส์ปริซึมคือเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการแก้ปัญหา

เลนส์ชนิดนี้อาศัยหลักการหักเหแสงเพื่อเปลี่ยนทิศทางของภาพให้ไปตกกระทบบนจุดรับภาพของจอประสาทตาอย่างแม่นยำ ช่วยให้สมองสามารถรวมภาพจากตาทั้งสองข้างให้เป็นภาพเดียวได้อย่างสมบูรณ์ ขจัดปัญหาภาพซ้อนและลดความเครียดของกล้ามเนื้อตาได้อย่างรวดเร็ว

“หมอมักจะย้ำเสมอว่า แว่นปริซึมไม่ได้ดัดตาให้ตรง แต่ทำหน้าที่เบี่ยงแสงให้จุดโฟกัสตกลงบนจอประสาทตาพอดี สมองจึงสามารถรวมภาพเป็นหนึ่งเดียวได้ค่ะ”

มาตรฐานการดูแลระดับ Medical Grade ที่ Mattaya Vision Center

มาตรฐานการดูแลระดับ Medical Grade ที่ Mattaya Vision Center

การแก้ปัญหาตาเขและภาพซ้อนจำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ Mattaya Vision Center เราให้บริการตามมาตรฐานทางการแพทย์

  • คัดกรองโรคโดยจักษุแพทย์ (Ophthalmologist): แพทย์หญิง มัทยา ขวัญอโนชา ทำการตรวจประเมินสุขภาพตาและจอประสาทตา เพื่อคัดกรองโรคร้ายแรงทางสมองหรือไทรอยด์ที่อาจเป็นสาเหตุแฝงของตาเข
  • วัดสายตาโดยนักทัศนมาตร (Optometrist): นักทัศนมาตรเป็นผู้ทำการตรวจวัดสายตาและประเมินมุมเขอย่างละเอียดระดับไมครอน ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์ เพื่อคำนวณและออกแบบเลนส์ปริซึมที่แม่นยำที่สุด

เรามีจุดเด่นคือระบบการ ทดลองใส่เลนส์โปรเกรสซีฟ ก่อนตัดแว่น รวมถึงเลนส์ปริซึมจำลอง เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจว่าแว่นตาคู่ใหม่จะสามารถแก้ปัญหาภาพซ้อนได้จริงและใส่สบายในชีวิตประจำวัน

ราคาเลนส์เฉพาะบุคคลเริ่มต้นที่ 9,900 บาท (ราคาเริ่มต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจสอบกับ Mattaya Vision Center อีกครั้ง) สำหรับผู้ที่ต้องใช้โครงสร้างเลนส์ปริซึม จะมีการประเมินโครงสร้างเลนส์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ รักษาตาเหล่ ตาเข วิธีไหนดีที่สุด?

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สามารถรักษาได้ หากสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาโดยตรง แพทย์สามารถพิจารณาการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อตา หรือหากมีมุมเขเพียงเล็กน้อย การใช้แว่นปริซึมเพื่อแก้ปัญหาภาพซ้อนก็เป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยม

การประเมินด้วยตาเปล่าทำได้ยาก ควรพามารับการตรวจคัดกรองกับจักษุแพทย์เพื่อหยอดยาขยายม่านตา และตรวจวัดค่าสายตาพร้อมมุมเขที่แท้จริงด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ร่างกายและกล้ามเนื้อตาจำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับมุมการหักเหแสงใหม่ หลังจากกล้ามเนื้อตาคุ้นชินแล้ว อาการปวดศีรษะจากความพยายามเพ่งภาพและปัญหาภาพซ้อนจะลดลงอย่างชัดเจน

สรุป

ปัญหาตาเหล่ ตาเข เกิดจากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อตาหรือความผิดปกติของสายตา ทำให้ดวงตาทำงานไม่ประสานกันจนเกิดอาการภาพซ้อน และปวดกระบอกตาเรื้อรัง การแก้ปัญหานี้ต้องเริ่มต้นด้วยการตรวจวินิจฉัยแยกโรคโดยจักษุแพทย์ เพื่อคัดกรองความดันในกะโหลกศีรษะสูง เนื้องอกในสมอง หรือโรคทางระบบประสาทที่อาจเป็นสาเหตุแฝง

“ในมุมมองของหมอ การตัดแว่นแก้ตาเขโดยไม่ได้รับการตรวจคัดกรองโรคทางระบบประสาทก่อน ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้พลาดโอกาสในการรักษาโรคหลักที่เป็นอันตรายถึงชีวิตค่ะ”

สำหรับการรักษา หากผู้รับบริการมีมุมเขปริมาณมาก จักษุแพทย์จะพิจารณาแนวทางการผ่าตัดปรับความตึงหย่อนของกล้ามเนื้อตา แต่ในกรณีที่เป็นตาเขซ่อนเร้น หรือมีมุมเขน้อย การใช้แว่นตาปริซึม คือทางออกทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ นักทัศนมาตรจะทำการประเมินมุมเขอย่างละเอียดและออกแบบโครงสร้างเลนส์ปริซึมภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์ เลนส์ชนิดนี้จะทำหน้าที่หักเหแสงให้ตกลงบนจอประสาทตาอย่างแม่นยำ ช่วยให้สมองรวมภาพและขจัดปัญหาภาพซ้อนได้โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ที่ Mattaya Vision Center เรามีระบบการทดลองสวมใส่เลนส์ปริซึมจำลองบนกรอบแว่นจริง เพื่อให้ผู้รับบริการทดสอบการมองเห็นและแก้ไขปัญหาภาพซ้อนก่อนตัดสินใจสั่งตัดเลนส์เฉพาะบุคคล

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าดวงตาไม่สามัคคี มองเห็นภาพซ้อน หรือคนรอบข้างเริ่มทัก แวะมาให้หมอและทีมงานดูแลได้เลยนะคะ

  1. ร้านแว่น Mattaya Vision Center (รพ.พญาไท 1)
  2. ร้านแว่น Mattaya Clinic สาขาเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา
  3. ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเอ็มโพเรียม
  4. ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเมกาบางนา
  5. ร้านแว่น Mattaya Vision Center สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
แพทย์หญิง-มัทยา ขวัญอโนชา

แพทย์หญิง มัทยา ขวัญโอโนชา

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาและการมองเห็น

จักษุแพทย์ผู้ก่อตั้ง Mattaya Vision Center ผู้เชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยและให้คำปรึกษาเฉพาะทางด้านเลนส์โปรเกรสซีฟ สำหรับผู้มีปัญหาสายตาซับซ้อน

ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อตาและตาสองชั้น
    Korean College of Cosmetic Surgery (KCCS) ประเทศเกาหลีใต้
ทักแชทปรึกษาฟรี
ทักไลน์ปรึกษาฟรี
สาขาของเรา
×

เบอร์โทรติดต่อ

099-463-6365